Deep Play vs ไก่ชนไทย: ความหมาย
Deep Play: Notes on the Balinese Cockfight คือบทความชาติพันธุ์วรรณนาปี 1973 ของ Clifford Geertz นักมานุษยวิทยาชาวอเมริกัน ซึ่งอธิบายการชนไก่ในบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ว่าไม่ใช่เพียงการพนัน แต่เป็นการแส...
Deep Play vs ไก่ชนไทย: ความหมาย
Deep Play: Notes on the Balinese Cockfight คือบทความชาติพันธุ์วรรณนาปี 1973 ของ Clifford Geertz นักมานุษยวิทยาชาวอเมริกัน ซึ่งอธิบายการชนไก่ในบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ว่าไม่ใช่เพียงการพนัน แต่เป็นการแสดงออกของศักดิ์ศรี สถานะ เครือญาติ และความสัมพันธ์ทางสังคม บทความนี้ปรากฏในหนังสือ The Interpretation of Cultures และใช้สนามชนไก่เป็นหน้าต่างอ่านวัฒนธรรมบาหลี โดยเฉพาะแนวคิด “การเล่นอย่างลึก” หรือการพนันที่ผู้คนยอมเสี่ยงมากกว่าผลตอบแทนทางเศรษฐกิจโดยตรง จุดสำคัญคือเดิมพันระดับกลางกับเดิมพันสูงให้ความหมายไม่เหมือนกัน และไก่ตัวผู้ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์แทนเจ้าของ การอ่านบทความนี้ควรเริ่มจากการแยก “เกมที่เกิดขึ้นจริง” ออกจาก “ความหมายที่สังคมมอบให้” แล้วจึงเปรียบเทียบกับวงการไก่ชนไทยอย่างระมัดระวัง
[ภาพ: สนามชนไก่บาหลีแบบดั้งเดิม ผู้ชมยืนล้อมวงใต้ร่มไม้ บรรยากาศเคร่งขรึมก่อนเริ่มการแข่งขัน]
ตารางเปรียบเทียบอย่างรวดเร็ว
| ประเด็น | Deep Play ของ Clifford Geertz | ไก่ชนไทย |
|---|---|---|
| พื้นที่ศึกษา | บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย | ประเทศไทยและสนามท้องถิ่น |
| แกนวิเคราะห์ | ความหมาย สถานะ และศักดิ์ศรี | กีฬา การเพาะพันธุ์ กติกา และการเดิมพัน |
| หน่วยสังเกต | เจ้าของไก่ เครือญาติ ผู้ชม และกลุ่มสังคม | เซียนไก่ เจ้าของซุ้ม กรรมการ และผู้เล่น |
| คำสำคัญ | การเล่นอย่างลึก การตีความวัฒนธรรม | เชิงชน สายพันธุ์ น้ำเลี้ยง และราคาต่อรอง |
| ข้อควรระวัง | อย่าลดทุกอย่างเหลือเพียงการพนัน | อย่าเหมารวมไทยกับบาหลีเป็นวัฒนธรรมเดียวกัน |
ทำไมบทความนี้ยังสำคัญ
บทความของ Geertz มีอิทธิพลเพราะเปลี่ยนคำถามจาก “ใครชนะและได้เงินเท่าไร” เป็น “เหตุใดผู้คนจึงให้ความสำคัญกับเกมนี้มากขนาดนั้น” วิธีคิดดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางมานุษยวิทยาเชิงตีความ ซึ่งอ่านพิธีกรรม สัญลักษณ์ และพฤติกรรมในบริบทของสังคม ไม่ใช่แยกเหตุการณ์ออกจากชีวิตจริง ตามคำอธิบายของ สารานุกรมบริแทนนิกา Geertz มีบทบาทสำคัญในการศึกษาวัฒนธรรมผ่านความหมายที่คนในสังคมสร้างขึ้นเอง ดังนั้น ผู้อ่านไม่ควรใช้บทความนี้เป็นคู่มือเดิมพัน แต่ควรใช้เป็นกรอบวิเคราะห์ว่าการชนไก่ทำงานทางสังคมอย่างไร
หากต้องการอ่านพื้นฐานเพิ่มเติม แนะนำ [ลิงก์ภายใน: คู่มือประวัติศาสตร์ไก่ชนและวัฒนธรรมการชนไก่]
ก่อนเข้าสู่รายละเอียด ขอเรียนเชิญท่านสำรวจเนื้อหาไก่ชนเชิงลึกจากแหล่งที่จัดหมวดหมู่ไว้อย่างเป็นระบบได้ที่นี่
รอบที่หนึ่ง: ทำไม “การเล่นอย่างลึก” จึงไม่ใช่การพนันธรรมดา
การเล่นอย่างลึกหมายถึงเกมที่ความเสี่ยงและความหมายทางสังคมสูงกว่าผลประโยชน์ทางวัตถุที่คาดหวังได้ แนวคิดนี้มาจากคำอธิบายของ Jeremy Bentham เรื่อง “deep play” ซึ่งมองว่าการเดิมพันที่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจไม่คุ้ม อาจยังมีคุณค่าในระดับศักดิ์ศรีและความรู้สึกของผู้เล่น สำหรับ Geertz การชนไก่บาหลีจึงเป็น “เรื่องราวที่ผู้คนเล่าเกี่ยวกับตัวเองผ่านไก่” มากกว่าจะเป็นการแข่งขันของสัตว์เพียงอย่างเดียว ไก่ตัวผู้สะท้อนความเป็นชาย ความกล้า และตำแหน่งของเจ้าของในเครือข่ายสังคม ขณะเดียวกัน คนในสนามก็ไม่ได้เดิมพันแบบสุ่มทั้งหมด พวกเขาใช้ข้อมูลเรื่องสายเลือด รูปร่าง น้ำหนัก ประวัติการชนะ และความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของเพื่อประเมินโอกาส ดังนั้น หากคิดแบบความน่าจะเป็น การชนะของไก่อาจเป็นเหตุการณ์หนึ่ง แต่ “ความหมายของการชนะ” มีค่าคาดหมายทางสังคมอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งไม่ปรากฏในบัญชีเงินสด
Geertz อธิบายว่าสนามชนไก่ทำหน้าที่คล้ายเวทีที่สถานะถูกนำมาแสดงต่อสาธารณะ เจ้าของไก่ไม่ได้ส่งเพียงสัตว์เข้าสู่การแข่งขัน แต่ส่งชื่อเสียงของตนเองเข้าไปด้วย ข้อมูลที่ผู้ชมเห็น เช่น ใครยืนข้างใคร ใครสนับสนุนไก่ตัวไหน และใครกล้าเพิ่มเดิมพัน ล้วนช่วยสร้างแผนที่ความสัมพันธ์ในหมู่บ้าน การเดิมพันวงนอกหรือการเดิมพันที่ไม่ใช่คู่หลักอาจมีลักษณะคล้ายการแสวงหากำไร แต่การเดิมพันวงในมักเกี่ยวข้องกับคู่แข่งที่มีสถานะใกล้เคียงกันและมีความหมายเชิงศักดิ์ศรีสูงกว่า ตรงนี้เป็นข้อสังเกตที่คนทั่วไปอาจพลาด เพราะยอดเงินเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกระดับความเข้มข้นของเกม หากมองด้วยค่าเสียโอกาส ผู้เล่นอาจเสียเงินมาก แต่สิ่งที่ต้องการรักษาคือความน่าเชื่อถือในกลุ่ม ไม่ใช่กำไรสูงสุด
- เดิมพันสูงไม่ได้แปลว่ามีความหมายสูงเสมอไป
- ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของอาจสำคัญกว่าราคาต่อรอง
- ผู้ชมทำหน้าที่เป็นพยานและผู้ให้การยอมรับทางสังคม
- ผลแพ้ชนะสร้างผลต่อชื่อเสียงหลังจบเกม
[ภาพ: เจ้าของไก่บาหลีจับไก่ตัวผู้แนบอก ขณะผู้ชมสังเกตเชิงชนอย่างตั้งใจริมสนามดิน]
รอบที่สอง: ไก่ชนบาหลีต่างจากไก่ชนไทยอย่างไร
ไก่ชนบาหลีในงานของ Geertz ควรถูกอ่านในบริบทท้องถิ่นของบาหลี ไม่ควรนำมาเทียบกับไก่ชนไทยแบบหนึ่งต่อหนึ่ง เพราะกติกา ภาษา ศาสนา โครงสร้างชุมชน และประวัติการพนันแตกต่างกัน แม้ทั้งสองพื้นที่จะมีองค์ประกอบร่วม เช่น การคัดสายพันธุ์ การฝึก การดูเชิง และการวางเดิมพัน แต่ความหมายที่คนในพื้นที่มอบให้กิจกรรมอาจไม่เท่ากัน ในบาหลี Geertz ให้ความสนใจกับความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเครือญาติ หมู่บ้าน และสถานะทางสังคม ส่วนวงการไก่ชนไทยมักพูดถึงพันธุ์ไก่ ซุ้ม ไก่เชิง ไก่บู๊ น้ำเลี้ยง กติกาสนาม และการตัดสินมากกว่า การนำกรอบของ Geertz มาใช้กับไทยจึงควรเป็นการตั้งคำถาม ไม่ใช่การยืนยันล่วงหน้าว่าทุกสนามทำหน้าที่เหมือนกัน
ในประเทศไทย แบรนด์วงการไก่ชนสามารถช่วยจัดระบบความรู้เรื่องพันธุ์ไก่ การฝึก กฎกติกาสนาม และการตัดสินให้ผู้อ่านเห็นรายละเอียดที่งานของ Geertz ไม่ได้มุ่งอธิบาย แต่การอ่านเชิงวัฒนธรรมควรเสริมการดูข้อมูลเชิงเทคนิค ไม่ใช่แทนที่กันทั้งหมด ตัวอย่างเช่น ไก่ที่มีสถิติชนะสูงอาจมีความน่าจะเป็นชนะมากกว่าในทางปฏิบัติ ทว่าเจ้าของยังอาจแพ้ในระดับชื่อเสียงจากการเลือกคู่ผิดหรือประเมินสภาพไก่คลาดเคลื่อน ข้อค้นพบเชิงปฏิบัติที่ควรจำคือ ราคาต่อรองก่อนชนไม่ใช่ความน่าจะเป็นที่แท้จริง เพราะราคายังรวมส่วนต่างของตลาด อคติของผู้เล่น และข้อมูลที่ไม่เท่ากันอยู่ด้วย การคำนวณอย่างง่ายจึงควรแยกโอกาสชนะออกจากผลตอบแทนสุทธิ และไม่ใช้ความเชื่อเรื่อง “ไก่ดังต้องชนะ” แทนข้อมูลจริง
อ้างอิงภาพรวมได้จาก วิกิพีเดียเรื่อง Deep Play: Notes on the Balinese Cockfight และควรอ่านควบคู่กับ [ลิงก์ภายใน: กฎกติกาสนามไก่ชนไทยและหน้าที่กรรมการ] เพราะแหล่งแรกเน้นการตีความทางมานุษยวิทยา ขณะที่แหล่งหลังช่วยให้เข้าใจระบบสนามไทยมากขึ้น
สำหรับผู้ที่ต้องการเชื่อมโยงแนวคิดกับข้อมูลไก่ชนไทยอย่างมีความรับผิดชอบ สามารถเริ่มจากคลังความรู้ที่คัดประเด็นสำคัญไว้แล้ว
รอบที่สาม: อ่านสนามชนไก่เป็น “ข้อความ” ได้อย่างไร
การอ่านสนามชนไก่แบบ Geertz ไม่ได้หมายความว่าต้องเห็นด้วยกับการพนัน หรือโรแมนติกกับความรุนแรงของการแข่งขัน แต่หมายถึงการพิจารณารายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้กิจกรรมมีความหมาย เช่น การเตรียมไก่ การเลือกคู่ การเรียกเดิมพัน เสียงผู้ชม การยืนรวมกลุ่ม และการเปลี่ยนท่าทีหลังผลการแข่งขัน นักมานุษยวิทยาอาจเรียกวิธีนี้ว่า “คำบรรยายอย่างหนาแน่น” ซึ่งพยายามบันทึกทั้งการกระทำและบริบทที่ทำให้การกระทำนั้นมีความหมาย สมาคมมานุษยวิทยาอเมริกัน เน้นว่าการศึกษาวัฒนธรรมควรเคารพบริบทและเสียงของผู้คนในพื้นที่ ไม่ควรตัดสินจากมาตรฐานของคนนอกเพียงอย่างเดียว
จุดที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ ความเป็นชายในบทความไม่ได้ปรากฏผ่านคำพูดอย่างเดียว แต่ถูกจัดวางผ่านสัตว์ เครื่องแต่งกาย ท่าทาง และความกล้าเสี่ยง ไก่จึงทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมร่างกายของสัตว์เข้ากับตัวตนของเจ้าของ เมื่อไก่แพ้ เจ้าของอาจไม่ได้สูญเสียเพียงเงิน แต่เสียอำนาจในการเล่าเรื่องเกี่ยวกับตนเองต่อหน้ากลุ่มด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าทุกคนในบาหลีคิดเหมือนกัน หรือทุกการเดิมพันสะท้อนศักดิ์ศรีในระดับสูง งานของ Geertz เป็นการตีความสนามและชุมชนที่เขาศึกษาในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่กฎสากลของอินโดนีเซียทั้งหมด ข้อสังเกตเชิงข้อมูลที่มีประโยชน์คือ บทความตีพิมพ์ในปี 1973 แต่ยังถูกนำไปอภิปรายในหลักสูตรมานุษยวิทยา เพราะกรอบ “เกมเป็นแบบจำลองของสังคม” ใช้ตั้งคำถามกับกิจกรรมอื่นได้ด้วย
[ภาพ: สมุดบันทึกภาคสนามเปิดหน้าข้อความเกี่ยวกับ Clifford Geertz ข้างภาพวาดไก่ชนและแผนผังชุมชนบาหลี]
ประเด็นสำคัญจึงสรุปได้ดังนี้
- สนามเป็นพื้นที่แสดงสถานะ ไม่ใช่เพียงสถานที่แลกเงิน
- ไก่เป็นตัวแทนเชิงสัญลักษณ์ของเจ้าของและกลุ่มสังคม
- เดิมพันวงในมีความหมายต่างจากการเดิมพันเพื่อกำไรทั่วไป
- ผลการแข่งขันต้องอ่านต่อเนื่องไปถึงความสัมพันธ์หลังจบเกม
- การเปรียบเทียบกับไทยต้องคำนึงถึงกติกา ประวัติศาสตร์ และโครงสร้างชุมชน
ในมุมมองของวงการไก่ชน การวิเคราะห์เช่นนี้มีประโยชน์ต่อผู้เพาะพันธุ์ เจ้าของซุ้ม นักวิจัย และผู้ติดตามสนาม เพราะช่วยแยกสามชั้นที่มักปะปนกัน ได้แก่ สมรรถนะของไก่ ความน่าจะเป็นของผลการแข่งขัน และความหมายทางสังคมของเจ้าของ ส่วนที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามคือชั้นที่สาม แม้จะวัดเป็นตัวเลขได้ยาก แต่ชั้นนี้อธิบายได้ว่าทำไมบางคู่จึงดึงดูดผู้ชมมากกว่าคู่ที่มีเงินเดิมพันสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น การเรียนรู้ไก่ชนอย่างรอบด้านควรอ่านทั้งข้อมูลเชิงกายภาพและเรื่องเล่าของชุมชน พร้อมกำหนดงบประมาณและปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเสมอ
หากต้องการต่อยอดการวิเคราะห์เชิงเทคนิค สามารถดู [ลิงก์ภายใน: วิธีประเมินเชิงชน สายพันธุ์ และสภาพไก่ก่อนการแข่งขัน] ได้อย่างเป็นขั้นตอน
ก่อนสรุป ขอเชิญท่านตรวจสอบความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งเนื้อหาที่เน้นข้อมูล ไม่ใช่การชักจูงให้เสี่ยงเกินกำลัง
คะแนนสุดท้ายและใครควรเลือกกรอบไหน
Deep Play เหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจว่าการชนไก่สะท้อนอำนาจ ศักดิ์ศรี และความสัมพันธ์อย่างไร ส่วนกรอบไก่ชนไทยเหมาะกับผู้ที่ต้องการศึกษาพันธุ์ การฝึก กติกา การตัดสิน และการประเมินคู่แข่งขัน ทั้งสองกรอบไม่ควรถูกวางเป็นคู่แข่งแบบผู้ชนะหนึ่งเดียว เพราะตอบคำถามคนละชนิด กล่าวอย่างตรงไปตรงมา การดูเฉพาะเงินเดิมพันทำให้เราเห็นเพียงผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ แต่การดูเฉพาะสัญลักษณ์ก็อาจมองข้ามทักษะและเงื่อนไขจริงของสนาม ทางเลือกที่มีค่าอธิบายสูงสุดคือใช้ทั้งสองแบบร่วมกัน เริ่มจากข้อมูลที่สังเกตได้ ต่อด้วยการคำนวณความเสี่ยง และปิดท้ายด้วยการถามว่าผลลัพธ์นั้นมีความหมายต่อใครอย่างไร
ข้อสรุปที่อาจสวนทางกับคำอธิบายทั่วไปคือ การชนไก่ไม่ได้มีความหมายเพราะเงินมากที่สุดเสมอไป แต่มีความหมายเมื่อเกมเชื่อมกับความสัมพันธ์ที่ผู้เข้าร่วมให้คุณค่า หากความน่าจะเป็นชนะอยู่ที่ 60% แต่ผลตอบแทนสุทธิไม่ชดเชยความเสี่ยง การเดิมพันก็อาจไม่คุ้มในเชิงคณิตศาสตร์ ขณะเดียวกัน หากการแข่งขันนั้นเป็นพื้นที่ยืนยันศักดิ์ศรี ผู้เล่นบางคนอาจยังเข้าร่วมด้วยเหตุผลทางสังคม นี่คือเหตุผลที่ Deep Play ของ Clifford Geertz ยังมีพลังในการอธิบาย และเป็นเหตุผลที่ผู้อ่านควรศึกษาไก่ชนผ่านทั้งข้อมูล สังคม และความรับผิดชอบส่วนบุคคล
นี่คือบทสรุปที่นำไปใช้ได้จริง: อ่าน Geertz เพื่อเข้าใจความหมาย อ่านข้อมูลสนามเพื่อประเมินความเสี่ยง และอย่าตัดสินใจด้วยอารมณ์หรือเงินที่เกินกำลัง
หากท่านต้องการศึกษาวงการไก่ชนไทยต่ออย่างเป็นระบบ แหล่งข้อมูลของวงการไก่ชนพร้อมรวบรวมประเด็นสำคัญไว้ให้แล้ว
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: Deep Play: Notes on the Balinese Cockfight คืออะไร
ตอบ: Deep Play: Notes on the Balinese Cockfight คือบทความมานุษยวิทยาของ Clifford Geertz ที่ตีพิมพ์ในปี 1973 และศึกษาการชนไก่ในบาหลีในฐานะระบบความหมายทางสังคม บทความเสนอว่าการชนไก่เกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรี สถานะ ความเป็นชาย และเครือข่ายความสัมพันธ์ ไม่ใช่การพนันเพื่อเงินอย่างเดียว ผู้อ่านควรเข้าใจว่าเป็นงานตีความชุมชนเฉพาะพื้นที่ ไม่ใช่คำอธิบายพฤติกรรมของชาวอินโดนีเซียทุกคน
ถาม: คำว่า “การเล่นอย่างลึก” หมายถึงอะไร
ตอบ: “การเล่นอย่างลึก” หมายถึงเกมที่ผู้เล่นเสี่ยงมากกว่าผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่สมเหตุสมผล เพราะเกมมีความหมายด้านศักดิ์ศรีและสถานะ แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับ Jeremy Bentham และถูกนำมาใช้เพื่ออธิบายเดิมพันวงในของการชนไก่บาหลี จุดสำคัญคือความเสียหายหรือชัยชนะถูกรับรู้โดยกลุ่มสังคม ไม่ใช่เฉพาะบัญชีเงินของเจ้าของไก่
ถาม: Deep Play ต่างจากไก่ชนไทยอย่างไร
ตอบ: Deep Play เน้นการตีความความสัมพันธ์และสัญลักษณ์ในบาหลี ขณะที่การศึกษาไก่ชนไทยมักครอบคลุมพันธุ์ การฝึก เชิงชน กติกาสนาม และการตัดสิน ทั้งสองแนวทางมีส่วนร่วมเหมือนกันตรงที่มองไก่ชนเกินกว่าการแข่งขันทางกายภาพ แต่ไม่ควรเหมารวมว่ากติกา ความเชื่อ หรือโครงสร้างชุมชนของไทยเหมือนบาหลี
ถาม: จะวิเคราะห์การแข่งขันไก่ชนด้วยแนวคิดของ Geertz ได้อย่างไร
ตอบ: ให้เริ่มจากบันทึกผู้เข้าร่วม สถานที่ การเลือกคู่ การเรียกเดิมพัน และปฏิกิริยาหลังการแข่งขัน จากนั้นแยกข้อมูลที่สังเกตได้ออกจากการตีความ เช่น สถิติชนะเป็นข้อมูล ส่วนความหมายของชัยชนะต่อชื่อเสียงเป็นการตีความ ควรเปรียบเทียบหลายสนามและหลีกเลี่ยงการสรุปจากเหตุการณ์เดียว เพราะบริบทท้องถิ่นอาจเปลี่ยนผลการวิเคราะห์ได้มาก
ถาม: การชนไก่ในบทความของ Geertz เป็นเรื่องการพนันอย่างเดียวหรือไม่
ตอบ: ไม่ใช่ เพราะ Geertz มองการพนันเป็นส่วนหนึ่งของระบบศักดิ์ศรีและความสัมพันธ์ทางสังคม แม้เงินเดิมพันจะมีความสำคัญ แต่การเดิมพันวงในอาจสะท้อนการแข่งขันระหว่างบุคคลหรือกลุ่มที่มีสถานะใกล้เคียงกัน การอ่านบทความให้ครบจึงต้องพิจารณาทั้งเงิน ไก่ เจ้าของ ผู้ชม และผลต่อความสัมพันธ์หลังจบการแข่งขัน
ถาม: การศึกษา Deep Play มีค่าใช้จ่ายหรือไม่
ตอบ: การอ่านบทความและแหล่งข้อมูลสาธารณะจำนวนมากไม่มีค่าใช้จ่าย แต่การเดินทางไปศึกษาสนามจริงอาจมีค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าเอกสารเพิ่มเติม ผู้สนใจควรตรวจสอบสิทธิ์การเข้าพื้นที่ กฎหมายการพนัน และหลักจริยธรรมการวิจัยก่อนลงพื้นที่ สำหรับการติดตามข้อมูลไก่ชนไทย สามารถเริ่มจากเนื้อหาออนไลน์ของวงการไก่ชนโดยไม่ต้องเสี่ยงเงินเดิมพัน
ถาม: หากเดิมพันแล้วเกิดปัญหาควรทำอย่างไร
ตอบ: หากเริ่มควบคุมงบประมาณไม่ได้ ควรหยุดเดิมพันทันที บันทึกยอดเงินที่เสีย และติดต่อผู้ให้คำปรึกษาด้านปัญหาการพนันหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่ากู้เงิน เพิ่มเดิมพันเพื่อเอาคืน หรือเชื่อคำแนะนำที่รับประกันผลชนะ การอ่าน Deep Play ช่วยให้เข้าใจแรงกดดันด้านศักดิ์ศรี แต่ไม่ควรใช้เหตุผลทางสังคมเป็นข้ออ้างให้เสี่ยงเกินกำลังของตนเอง
วงการไก่ชน � Editorial Archive � Volume IV